เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน จ.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผกก.สภ.พาน และ พ.ต.ท.อธิวัฒน์ อินนันชัย รอง ผกก.ป.สภ.พาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด่านตรวจปูแกง นำโดย พ.ต.ท.สุรพัศ ธรรมปัญญา สวป.สภ.พาน (เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.) พร้อมกำลังสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.พาน ร่วมกันจับกุม นายวรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี และ น.ส.ปภัสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 350 กก.

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเอียงยาเสพติดจากชายแดนสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยใช้รถบรรทุกเป็นยานพาหนะ จึงได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเข้มงวดบริเวณด่านตรวจปูแกง หมู่ที่ 4 ถนนพหลโยธิน ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย กระทั่งพบรถบรรทุกเป้าหมาย ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ด้านหลังบรรทุกน้ำดื่มยี่ห้อดังหลายแพ็ก เข้ามายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น
จากการสังเกตบริเวณพื้นกระบะบรรทุก พบร่องรอยการดัดแปลงคล้ายมีช่องลับอยู่ด้านใต้ และมีแผ่นเหล็กเชื่อมปิดทับไว้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันยกแพ็กน้ำดื่มลง และเปิดแผ่นเหล็กออกตรวจค้นอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดใส บรรจุในถุงพลาสติกชาสีเขียว จำนวน 350 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักของกลางประมาณ 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับใต้กระบะ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเอาไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวรวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางมาส่งน้ำดื่มที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และได้รู้จักกับชายชาวเขา โดยได้ว่าจ้างให้มารับรถของกลางที่ซุกซ่อนยาเสพติดไว้เพื่อนำไปส่งยังปลายทาง จ.สมุทรปราการ โดยสารภาพว่าตนเคยลักลอบรับจ้างขนยาเสพติดในลักษณะนี้สำเร็จมาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท แต่มาถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะที่โรงพยาบาลพาน ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายต่อไป
